หน้าแรก บล็อก

แฟนคลับโวย “มาร์กี้” หลังคลอดลูกแฝด แต่กลับทำสิ่งที่ไม่สมควร

0

มาร์กี้ ราศรี ดาราสาวคนสวย ภรรยาของ ป๊อก ภัสสรกรณ์ จิราธิวัฒน์ ทายาทธุรกิจยักษ์ใหญ่ของเมืองไทย เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2562 ที่ผ่านมา มาร์กี้ ก็ได้ให้กำเนิดลูกฝาแฝดชาย-หญิง ชื่อว่า น้องมีก้า และ น้องมีญ่า

หลังจากที่คลอดลูกแล้ว ทั้งป๊อก และมาร์กี้ ก็ดูมีความสุขมากและช่วยกันดูแลลูกน้อยเป็นอย่างดี แต่ล่าสุด มาร์กี้กลับโดนโซเชียลวิจารณ์อย่างหนัก เมื่อเห็นภาพที่เธอ รีวิวอาหารเสริม ซึ่งชาวเน็ตหลายคนมองว่า อาหารเสนิมเหล่านี้ ไม่เหมาะกับกันท้องหรือช่วงที่กำลังให้นมลูก ซึ่งการที่มาร์กี้ทำแบบนี้ จะทำให้คุณแม่คนอื่นๆเข้าใจว่า คนท้องก็ทานได้

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก margie_rasri

อย่าเป็นคนไม่ดี ที่ทำอะไรแย่ๆ แล้วไม่ละอายต่อบาป

0

คำพูดของคนบางครั้งก็ไม่จำเป็นต้องแคร์ก็ได้ แต่หากเขาด่าว่า
หากตัวเองทำผิด “คนจริง” ผิดแล้วกล้ายอมรับและแก้ไข
หากคนไม่จริง กล้าทำผิดแต่ไม่กล้าเผชิญหน้ากับความจริง
ไม่แก้ไขแต่หนีปัญหาคือ คนเสื่อม เดินทางเสื่อม วันหนึ่งจะกลายเป็นบัวใต้ตม

หากใครเขาด่าว่าเราถึงบุพการีเป็นใครๆ เล่าจะยอม พ่อแม่คือพระในบ้านให้ลูกได้กราบไหว้
ไม่มีใครยอมหรอก ใครจะยอมได้หากเขามาด่ าว่าเราไม่ได้รับการสั่งสอน เรายอมรับได้หรือ?
ทนฟังได้หรือ หากเขาว่าเราเป็นคนเลว เพราะไม่ได้รับการอบรม พ่อแม่ไม่สั่งสอน
เจ็บนะ และมันบาปมากด้วย อย่าคิดว่าเป็นเรื่องเล่นๆ เป็นเรื่องเล็กๆ
ที่การกระทำที่ไม่ดีของเราจะทำให้พ่อแม่ต้องเป็นทุกข์สาหัส ทุกข์เพราะการกระทำของลูก ทุกข์เพราะลูกเป็นคนไม่ดี

Black and white of sad woman hug her knee and cry. Sad woman sitting alone in a empty room.

คนอื่นชื่นชมลูกพ่อแม่ปราบปลื้ม
คนอื่นด่าว่าลูก พ่อแม่ทุกข์ระทม
คนอื่นสาบแช่งลูก พ่อแม่เหมือนตกนรกทั้งเป็น
คนอื่นโกธรชัง เครียดแค้นลูก พ่อแม่เหมือนดังไฟสุมอก

ทุกข์ใดๆ ก็ไม่ทุกข์ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด หากทำพ่อแม่เสียใจ
ทุกข์ใดๆ ก็ไม่ยิ่งใหญ่เท่าทำพ่อแม่ร้องไห้ ตกนรก ทั้งเป็น ทำมาค้าขายไม่ขึ้น
ไม่ว่าอยู่ที่ไหน ใครๆ ก็ไม่รัก ถูกนินทา ดูถูกเหยียบย้ำ ตลอดเพราะไม่เคยเป็นลูกที่ดีของพ่อแม่
แล้วอย่างนี้ยังจะเลือกเดินทางสายผิดอยู่อีกหรอ

ขอขอบคุณที่มาจาก : นามธรรม

คุณผู้หญิงไม่ควรพลาด ตัวช่วยทำให้สวยขึ้น อ่อนเยาว์ลงกว่า 10 ปี

0

สาวๆคนไหนที่อยากสวยขึ้นอย่างที่ทุกๆคนจนต้องทัก เพียงแค่คุณมีผงฟูเบกกิ้งโซดา 2 อย่างนี้เป็นตัวช่วยที่จะทำให้คุณผู้หญิงทั้งหลายแลดูสวยขึ้นแต่ดูอ่อนเยาว์ลงกว่า 10 ปี ส่วนวิธีการใช้นั้นนำมาใช้ทำอะไรได้บ้างเรามาดูกันเลย

ผงฟูและเบกกิ้งโซดานั้น ไม่ได้มีดีแค่ทำขนมหรือช่วยในการล้างผักเท่านั้น เพราะยังมีคุณสมบัติอีกมากมายที่ทำให้ตัวเรานั้นสวยขึ้น และแลดูมีสุขภาพที่ดีขึ้น สามารถนำมาใช้ได้แต่หัวจนจรดเท้ากันเลยทีเดียว คุณสามารถทำเองได้ง่ายๆที่บ้าน ไม่ต้องไปเข้าสปาให้เสียเงินเสียทองอย่างมากมาย

1. ต่อสู้กับปัญหาสิว
ในส่วนผสมของเบกกิ้งโซดานั้น มีส่วนช่วยในการต่อสู้กับผิวของคุณ ผิวที่เป็นเม็ด ผิวเสียที่เกิดจากหลุมสิว สิวขึ้นบนใบหน้าของเรา เพียงแค่เรานำเบกกิ้งโซดาส่วนหนึ่งมาผสมกับน้ำเปล่า แล้วนำมาทาบริเวณที่เป็นสิว หรือบริเวณที่เป็นตุ่ม ทิ้งเวลาไว้เพียงไม่นานก็จะสามารถช่วยกำจัดหัวสิวในบริเวณนั้นไปได้ ควรทำอาทิตย์ละ 1 ครั้งก็พอแล้ว

2. ฟอกสีฟัน
วิธีการคือให้เรานำเบกกิ้งโซดามาใช้คู่กับยาสีฟันที่คนใช้อยู่เป็นประจำ เมื่อเบกกิ้งโซดาของเรารวมตัวกับไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ สิ่งเหล่านี้มันจะช่วยทำให้ฟันของคุณนั้นมีความขาวมากยิ่งขึ้น จะช่วยขจัดคราบเหลืองที่อยู่บนฟันของเราให้หลุดร่วงออกไปได้ ควรนำมาใช้สัปดาห์ละ 1 ครั้งก็เพียงพอแล้ว

3. ลมหายใจหอมสดชื่น
หากใครที่กำลังมีปัญหาเกี่ยวกับกลิ่นปากอันไม่พึงประสงค์ของเรานั้น ในวันนี้เราได้มีวิธีในการแก้ปัญหาโดยวิธีการนั้นคือ ให้เราใส่เบคกิ้งโซดาจำนวน 1 ช้อนชาลงไปในแก้วน้ำ จากนั้นให้ใส่น้ำเปล่าลงไป คนให้ละลายเข้ากันดี แล้วนำไปบ้วนปาก วิธีนี้จะเป็นวิธีช่วยกำจัดเชื้อโรคในบริเวณลำคอ และช่องปากตามซอกฟันของคุณได้ดี

4. ผิวอ่อนนุ่ม
สาวๆคนไหนที่มีปัญหาในเรื่องของผิวมือและเท้าของคุณมีความแห้งกร้าน ให้คุณใช้เบกกิ้งโซดาผสมกับน้ำและสบู่เหลวเพียงเล็กน้อย จากนั้นให้คุณนวดส่วนผสมนี้ให้ทั่วมือ และบริเวณเท้าของคุณและทำการล้างออกด้วยน้ำอุ่นให้สะอาด โดยวิธีนี้จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวของคุณได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังช่วยขจัดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์หลังจากทำอาหารได้เป็นอย่างดี

5. บำรุงเส้นผมให้สะอาดและมีสุขภาพดี
ในแชมพูต่างๆที่เราใช้ในที่ทุกวันนี้ เราไม่สามารถรู้เลยว่ามีสา รอะไรที่เป็นอันตรายต่อหนังศีรษะและเส้นผมของเรา ดังนั้นคุณเรามาเปลี่ยนเป็นการใช้เบกกิ้งโซดาเป็นครีมบำรุงผมเพื่อช่วยทำให้เส้นผมและหนังศีรษะของคุณสะอาด และมีสุขภาพเส้นผมที่แข็งแรง

6. กำจัดกลิ่นตัว
ในการอาบน้ำนั้น เพียงคุณเปิดน้ำใส่ในอ่างอาบน้ำและเทเบกกิ้งโซดาลงไป 1 ถ้วยเล็ก จากนั้นคนผสมให้เข้ากันดี ให้คุณนอนแช่ในน้ำ หรือตักน้ำอาบเพื่อเป็นการกำจัดสิ่งสกปรกบนร่างกายของคุณ ในวิธีนี้จะช่วยกำจัดกลิ่นตัว และลดผิวมันให้กับคุณได้เป็นอย่างดีควรทำเป็นประจำ 1 ถึง 2 ครั้งต่อสัปดาห์

7. ทำความสะอาดและบำรุงเล็บของคุณ
การทำความสะอาดบำรุงเล็บมือและเล็บเท้าของคุณ เพียงแค่คุณผสมเบกกิ้งโซดา 3 ส่วนต่อน้ำ 1 ส่วน คนให้เข้ากันดี แล้วนำมาพอกไว้บนเล็บของคุณ ในวิธีนี้จะช่วยทำความสะอาดเพื่อเป็นการบำรุงเล็บของคุณไปพร้อมๆกันได้

8. ช่วยลดการขับเหงื่อ
ส่วนผสมของเบกกิ้งโซดานั้น มีส่วนช่วยระงับกลิ่นกายได้อย่างเป็นธรรมชาติ เพียงแค่คุณทำการหยดน้ำมันหอมระเหยในกลิ่นที่คุณชอบลงไป 4 หยดในเบกกิ้งโซดา 1 ช้อนโต๊ะ แล้วนำมาทาในบริเวณใต้รักแร้ของคุณ เพื่อเป็นการกำจัดกลิ่นต่างๆให้หมดไปได้ ทำให้คุณมีกลิ่นตัวที่หอมสดชื่นยาวนานหลายชั่วโมง

9. ผลัดเซลล์ผิว
วิธีการผลัดเซลล์ผิวร่างกายของเรา โดยการนำเบกกิ้งโซดาขัดนวดผิวหน้าและผิวกาย เป็นประจำในทุกวัน จะช่วยทำให้ผิวของคุณสะอาดและมีสุขภาพที่ดีอีกด้วย

สาวๆคนไหนที่อยากสวยและมีผิวพรรณที่ดีขึ้น อีกทั้งยังสามารถช่วยในเรื่องอื่นๆได้เป็นอย่างดี เพียงแค่คุณมี 2 ตัวช่วยนี้ ก็จะทำให้คุณดูดีอย่างเห็นได้ชัด โดยที่ไม่ต้องเสียเงินเสียทองให้มากมาย ลองนำวิธีนี้ไปใช้กันดูนะคะรับรองว่าดีมากๆ

ขอบคุณข้อมูลจาก : samunpraibann

เจ้าตูบผู้ซื่อสัตย์ ช่วยเข็นรถให้ชายชราเดินไม่ได้ จนกลายเป็น “เพื่อนแท้” ที่อยู่เคียงข้างกันตลอดไป

0

สำหรับใครที่เป็นคนรักสนัขอยู่แล้ว ถ้าได้อ่านเรื่องราวที่เราได้นำมาให้อ่านในวันนี้รับรองว่าคุณจะต้องรู้สึกรักสุนัขมากขึ้นไปอีก เพราะทุกคนจะหลงรักในความซื่อสัตย์ของมันอย่างถอนตัวไม่ขึ้น

“สุนัขเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของมนุษย์” คำกล่าวนี้ไม่ว่ายุคสมัยไหนก็ยังใช้ได้ คนที่เลี้ยงสุนัขหลายคนมักจะเจอกับเรื่องราวน่าประทับจากสุนัขเสมอ เพราะบางทีมันไม่ใช่แค่เป็นเพื่อนเล่น แต่พวกมันทั้งซื่อสัตย์ และรักเจ้าของอย่างสุดหัวใจ แม้กระทั่งยอมอุทิศชีวิตของพวกมันเพื่อรับใช้เจ้าของ เจ้าสุนัขผู้ซื่อสัตย์เหล่านี้ก็ให้ได้…

นี่เป็นเรื่องราวสุดประทับใจของชายชราคนหนึ่งในเมืองลั่วหยาง มณฑลเหอหนาน เขาเป็นช่างซ่อมรองเท้าที่มีความพิการทางร่างกาย ทำให้เดินไม่ได้ ไปไหนก็ต้องนั่งรถเข็นที่ทำขึ้นมาเอง และตลอดเวลาที่ผ่านมานั้น มีเพียงสุนัขผู้ซื่อสัตย์ตัวเดียวคอยอยู่เคียงข้างเขาเสมอ

สุนัขตัวนี้ ไม่เพียงแต่อยู่เคียงข้างและให้กำลังใจเท่านั้น แต่มันยังช่วยเจ้าของเข็นรถเวลาไหนมาไหนด้วย จนสร้างความประทับให้เจ้าของและผู้ที่พบเห็นทุกคน

ในทุกๆ วัน ชายชราจะออกเดินทางไปซ่อมรองเท้าตามที่ต่างๆ พร้อมอุปกรณ์ที่ต้องใช้ และกว่าจะไปถึงก็ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับคนพิการอย่างเขา แต่เมื่อเพื่อนสี่ขาผู้ซื่อสัตย์ตัวนี้เข้ามาในชีวิต มันก็คอยช่วยเหลือเขาในทุกๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเข็นรถให้ ช่วยถือของให้ และมันก็พยายามจะช่วยทำอย่างอื่นเท่าที่จะทำได้

ชายชราบอกกับผู้สื่อข่าวว่า “เรากลายเป็นเพื่อนที่มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้น ผ่านอะไรๆ มาด้วยกันมากมาย ทำให้เราทั้งคู่ไม่อยากอยู่ห่างกันเลยครับ”

เขายังบอกอีกว่า “สุนัขของผมตัวนี้ มันฉลาดมากๆ และดูเหมือนมันจะฉลาดกว่าหมาที่เห็นในทีวีซะอีก”

เห็นได้ชัดเลยว่า ชายชราคนนี้มีความสุขและภูมิใจมากที่ได้เป็นเจ้าของสุนัขผู้ซื่อสัตย์ตัวนี้ เขาไม่ได้เกิดมาร่ำรวย ใช้ชีวิตสบาย แต่การมีเพื่อนที่รู้ใจตัวนี้อยู่ข้างๆ ชีวิตก็ไม่ต้องการอะไรแล้ว

สุนัขตัวนี้ก็เช่นกัน มันไม่ได้วิ่งเข้าหาคนรวยๆ ไม่ได้ต้องการกินอาหารหรูๆ ใช้ชีวิตสบาย แต่มันเต็มใจที่อยู่กับเจ้าของผู้พิการคนนี้ เพราะเขาคือครอบครัวเพียงคนเดียวที่มันมี

ทั้งคู่จึงกลายเป็นเพื่อนที่คอยดูแลกันและกัน ชายชราจะคอยหาอาหารให้มันกิน ส่วนสุนัขก็จะคอยช่วยเหลือเจ้าของให้ทำอะไรได้สะดวกขึ้น ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จึงไม่ใช่แค่เพื่อน หรือสัตว์เลี้ยงกับเจ้าของ แต่พวกเขายังเป็นครอบครัวให้กันและกัน ที่พร้อมจะมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กันเสมอ

แหล่งที่มา: lookerpets

เมื่อผิดศีลข้อ 3 ผิดลูก ผิดภรรยาคนอื่น ทุกคนเจอกรรม 10 อย่าง

0

การสร้างกรรมนั้น ไม่ว่าเราจะสร้างให้กับตัวเองหรือผู้อื่น แน่นอนอยู่แล้วว่าหากเราสร้างกรรมร้าย เราก็จะได้สิ่งไม่ดีเป็นการตอบแทน หากเราอยากเจอแต่เรื่องที่ดี เราก็ควรจะสร้างแต่กรรมดีๆ ทำไว้เยอะๆ จงจำไว้

ศีลข้อ 3 นั้นก็คือ กาเมสุมิจฉาจาร หมายถึง การได้คิดล่วงเกินผู้อื่น การได้กระทำล่วงเกินผู้อื่น จะตัดสินใจได้ว่ามีการทำผิดในข้อนี้โดยมีองค์ประกอบในการตัดสินนั่นก็คือ กระทำความผิด โดยตั้งใจก็ดี ไม่ได้ตั้งใจก็ดี ทำให้คนอื่นเดือดร้อน ทำให้คนที่อยู่รอบข้างผิดหวังในการกระทำเกี่ยวกับการประพฤติผิด

โดยท่าน ว.วชิรเมธี ได้กล่าวไว้ว่า ส่วนใหญ่นั้นการกระทำความผิดในข้อนี้ คนส่วนมากจะนึกถึงการประพฤติผิดในกามหรือการทำผิดในเรื่องของการล่วงประเวณี อันเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม ซึ่งบัณฑิตทั้งหลายเขาเพิ่งติเตียนการกระทำของลูกของภรรยาเขา

ซึ่งความประพฤติที่สังคมทั่วไปไม่ยอมรับ จึงทำให้ต้องมีการปรับพฤติในที่ปิดบังและซ่อนเร้น การทำอกุศลในเช่นนี้นั้น ผลที่จะได้รับนั่นก็คือการปวัตติการ ในภายหลังไม่นานจากที่ตัวคุณกำลังทำอยู่ก็คือ

1. มีผู้เกลียดชังมาก
เพราะว่าในการกระทำผิดลูกผิดภรรยาเขา ย่อมส่งผลให้เกิดการสร้างความโกรธแค้นขุ่นใจ กับบุคคลที่เกี่ยวข้องและบุคคลที่เสียหาย ผลที่ได้รับหรือกรรมที่ได้รับตามมานั่นก็คือ มีศัตรูและคนที่เกลียดชังมาก ซึ่งในข้อนี้ทุกคนต้องเคยประสบมาก่อนอย่างแน่นอน

แต่อาจจะเป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวของกรรม เช่น เวลาที่มีเรื่องขัดสนขัดใจกับใคร หรือมีการโต้เถียงกับใคร ทำให้มองหน้ากันไม่ติด หรือบางคนอาจจะมีตำแหน่งการงานที่สูง มีเงินมากมาย มียศฐาบรรดาศักดิ์ แต่ก็ไม่ได้เป็นที่สบอารมณ์ของคนที่เป็นลูกน้อง หรือเรียกได้ว่า เป็นคนที่ไม่น่านับถือนั่นเอง

2. มีผู้คิดปองร้าย

เพราะได้เคยสร้างศัตรูสร้างความเจ็บช้ำน้ำใจให้กับผู้อื่น ตัวอย่าง เช่น นักเรียนบางคนเรียบร้อย ไม่เคยมีเรื่องราวอะไรกับใคร แต่ถูกนักเรียนโรงเรียนอื่นรุมทำร้ายจนบาดเจ็บ อันนี้ผลที่เขาถูกทำร้าย ก็เพราะอดีตชาติเคยทำปาบข้อกาเมสุมิจฉาจาร และที่ต้องบาดเจ็บก็เพราะได้เคยทำปาณาติบาตมานั่นเอง แม้กระทั้งสามีภรรยามีเรื่องระหองแหง การใช้สายตาและคำพูดทำร้ายจิตใจกันก็ถือว่าเป็นผลของการกระทำอกุศลในข้อนี้ เช่นเดียวกัน

3. ขัดสนทรัพย์
ไม่ว่าจะทำอะไรก็มีแต่ความฝืดเคือง เงินเดือนชักหน้าไม่ถึงหลัง ดังที่เราได้เห็นบางคนต้องเข้าโรงรับจำนำประจำ เพราะอดีตได้สร้างความ ไม่รู้จักพอ นั่นเอง

4. อดอยาก ยากจน
เพราะการประพฤติผิดในกามหรือการล่วงประเวณีนั้น เป็นการกระทำที่ตนเองเป็นผู้ไม่รู้จักพอ ไม่พอใจในสิ่งที่ตนเองมีอยู่ (สามี ภรรยา ของตนเอง) แล้วยังไปเบียดเบียนผู้อื่น จึงเป็นการสร้างทางให้ตนเองต้องอดอยาก ยากจน

5. เกิดเป็นหญิง
เพราะการกระทำอกุศลกรรมบถในข้อนี้จะเป็นไปแบบปิดบังซ่อนเร้น ไม่กล้าเปิดเผย การกระทำที่ต้องหลบเลี่ยงเช่นนี้ จัดเป็นอำนาจอ่อนแบบที่เรียกว่าสสังขาริก อันจะนำไปเกิดเป็นผู้หญิง ซึ่งเป็นเพศที่มีความลำบากมากว่าผู้ชาย มีความอับอายในบางสิ่งบางอย่างมากกว่า มีเรื่องที่ต้องปกปิดมากกว่านั่นเอง

6. ถ้าเกิดเป็นชายก็จะเกิดในตระกูลต่ำ
เพราะในขณะที่จากไปจากโลก จิตจับอารมณ์ที่ดีและเป็นอำนาจของ อสังขาริก คืออำนาจที่เด็ดเดี่ยว ทำให้เกิดเป็นผู้ชาย แต่เหตุที่เคยประพฤติผิดในกามที่ยังให้ผลอยู่จึงต้องเกิดในตระกูลต่ำและมีผล ทำให้ขัดสนทรัพย์ และความอดอยากยากจนก็ตามมา

7. ได้รับความอับอายอยู่เสมอ
คือเป็นคนเปิ่น ไม่ว่าจะทำอะไรก็จะเป็นที่ขบขันของคนอื่น พฤติกรรมที่แสดงออกไปจึงทำให้ตนเองต้องอับอาย เพราะเหตุที่เคยสร้างความอับอายไว้ให้ผู้อื่นนั่นเอง

8. ร่างกายไม่สมประกอบ
คือ ร่างกายพิการ หรือเป็นผู้มีส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายผิดแผกแตกต่างไปจากคนอื่น เช่น มีความผิดปกติของอวัยวะบางส่วน อาจโตหรือเล็กผิดไปจากธรรมดาเคยมีข่าวว่าหญิงคนหนึ่งมีอวัยวะเพศใหญ่โตผิด ปกติ มีคนแห่กันไปดูมากมายเพราะมีร่างกายไม่สมประกอบ ซึ่งอาจทำให้ต้องได้รับความอับอายตามมา ทั้งนี้เพราะอดีตชาติได้เคยล่วงเกินร่างกายของผู้อื่นนั่นเอง

9. มากด้วยความวิตกกังวล
เพราะเหตุที่ได้เคยกระทำกรรมที่ต้องปกปิด กลัวว่าใครจะรู้เรื่องราวที่ตนเองกระทำมา จึงทำให้เกิดมาต้องเป็นคนที่มีแต่ความวิตกกังวล บางคนเมื่อมีหน้าที่ที่จะต้องรับผิดชอบงานชิ้นหนึ่ง ก็มีแต่ความวิตกอยู่ตลอดเวลาจนงานนั้นสำเร็จ นักเรียนบางคน พอใกล้สอบก็เกิดอาการท้องเสียบ้าง ปวดท้องบ้าง แต่เมื่อสอบเสร็จอาการปวดท้องนั้นก็หายไป สิ่งเหล่านี้ก็เป็นผลของความเครียด หรือความวิตกกังวลนั่นเอง

10. พลัดพรากจากผู้ที่ตนรัก
เพราะได้เคยทำพฤติกรรมที่เหมือนกับการไปพรากผู้เป็นที่รักของบุคคลอื่น หรือผู้ที่มีเจ้าของ จึงทำให้ได้รับผลต้องสูญเสียหรือพลัดพรากจากผู้ที่ตนรัก เช่น สามีภรรยาที่เคยรักกัน แต่ต้องมีเรื่องไม่เข้าใจกัน จนต้องเลิกร้างไปในที่สุดหรือหนุ่มสาวที่ต้องอกหัก และแม้กระทั้งเด็กที่ต้องกำพร้า ขาดพ่อ ขาดแม่ ล้วนเป็นผลจากการทำผิด กาเมสุมิฉาจาร ทั้งสิ้น

แหล่งที่มา: พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี, postsara

สร้างบุญบารมี สวดมนต์ตอนเช้าแบบสั้น พร้อมคำแผ่เมตตา

0

การสวดมนต์ตอนเช้า เรียกได้ว่าเป็นอีกขึ้นหนึ่งของการสวดมนต์ก็ว่าได้ เพราะตอนเช้าเราต่างก็มีกิจวัตรประจำวันต่างๆ ที่ต้องทำมากมาย ก่อนที่จะออกไปเรียน หรือทำงาน นั่นหมายความว่า เรามีเวลาค่อนข้างจำกัด และเร่งรีบ ดังนั้นก่อนที่จะเริ่มสวดมนต์ตอนเช้า ต้องนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ระยะเวลาที่ใช้ประมาณ 5-10 นาที

หลังจากที่สวดจบแล้วให้นั่งสมาธิอีกประมาณ 5 นาที

เริ่มต้น
กราบพระ 3 ครั้ง โดยให้ระลึกถึง พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์

คำบูชาพระ

อิมินา สักกาเรนะ พุทธัง อะภิปูชะยามิ
อิมินา สักกาเรนะ ธัมมัง อะภิปูชะยามิ
อิมินา สักกาเรนะ สังฆัง อะภิปูชะยามิ

คำนมัสการพระรัตนตรัย
อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา, พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ ฯ (กราบ)
สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม, ธัมมัง นะมัสสามิ ฯ (กราบ)
สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, สังฆัง นะมามิ ฯ (กราบ)

คำอาราธนาศีล 5
มะยัง ภันเต วิสุง วิสุง รักขะนัตถายะ
ติสะระเณนะสะหะ ปัญจะ สีลานิยาจามะ
ทุติยัมปิ มะยังภันเต วิสุง วิสุง รักขะนัตถายะ

ติสะระเณนะสะหะ ปัญจะ สีลานิยาจามะ
ตะติยัมปิ มะยังภันเต วิสุง วิสุง รักขะนัตถายะ
ติสะระเณนะสะหะ ปัญจะ สีลานิยาจามะ

คำนมัสการพระพุทธเจ้า
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ (ว่า 3 หน)
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์นั้น ซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลส เป็นผู้ตรัสรู้ด้วยพระองค์เอง โดยชอบ

ไตรสรณคมณ์
พุทธัง สะระนัง คัจฉามิ
ธัมมัง สะระนัง คัจฉามิ
สังฆัง สะระนัง คัจฉามิ

ทุติยัมปิ พุทธัง สะระนัง คัจฉามิ
ทุติยัมปิ ธัมมัง สะระนัง คัจฉามิ
ทุติยัมปิ สังฆัง สะระนัง คัจฉามิ

ตะติยัมปิ พุทธัง สะระนัง คัจฉามิ
ตะติยัมปิ ธัมมัง สะระนัง คัจฉามิ
ตะติยัมปิ สังฆัง สะระนัง คัจฉามิ

ข้าพเจ้าขอเข้าถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ว่าเป็นที่พึ่ง ที่ระลึก แม้ครั้งที่ 1 แม้ครั้งที่ 2 แม้ครั้งที่ 3

สมาทานศีล 5
ปาณาติปาตา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
อะทินนาทานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ

กาเมสุมิจฉาจารา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
มุสาวาทา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
สุราเมระยะมัชชะปะมาทัฏฐานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ

คำขอขมาพระรัตนตรัย
สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต อุกาสะ ทวารัตเยนะ กะตัง
สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต อุกาสะ ขะมามิ ภันเตฯ

บทสวดมนต์ สวดอิติปิโส
อิติปิโส ภะคะวา อะระหัง สัมมา สัมพุทโธ วิชชาจะระณะสัมปันโน สุคะโต โลกะวิทู อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ สัตถา เทวะมะนุสสานัง พุทโธ ภะคะวาติ

สวากขาโต ภะคะวาตา ธัมโม สันทิฏฐิโก อะกาลิโก เอหิปัสสิโก โอปะนะยิโก ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหีติ (อ่านว่าวิญญูฮีติ)

สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ ยะทิทัง จัตตาริ ปุริสะยุคานิ อัฏฐะปุริสะ ปุคคะลา เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ อาหุเนยโย ปาหุเนยโย ทักขิเณยโย อัญชะลีกะระณีโย อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสาติ

คำแผ่เมตตาให้แก่ตนเอง
อะหัง สุขิโต โหมิ
ขอให้ข้าพเจ้า จงเป็นผู้มีความสุขเถิด

อะหัง นิททุกโข โหมิ
ขอให้ข้าพเจ้า จงเป็นผู้ไม่มีความทุกข์

อะหัง อะเวโร โหมิ
ขอให้ข้าพเจ้า จงเป็นผู้ไม่มีเวร

อะหัง อัพยาปัชโฌ โหมิ
ขอให้ข้าพเจ้า จงเป็นผู้ไม่มีความพยาบาทเบียดเบียน

อะหัง อะนีโฆ โหมิ
ขอให้ข้าพเจ้า จงเป็นผู้ไม่มีความทุกข์กายทุกข์ใจ

สุขี อัตตานัง ปะริหะรามิฯ
ขอให้ข้าพเจ้า จงมีความสุขกายสุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเทอญฯ

คำแผ่เมตตาให้แก่สรรพสัตว์
สัพเพ สัตตา สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น

อะเวรา โหนตุ จงเป็นสุขๆ เถิด อย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลย
อัพญาปัชฌา โหนตุ จงเป็นสุขๆ เถิด อย่าได้พยาบาทเบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย

อะนีฆา โหนตุ จงเป็นสุขๆ เถิด อย่าได้มีความทุกข์กาย ทุกข์ใจเลย
สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุฯ จงมีความสุขกาย สุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นนี้เทอญฯ?

ธรรมย่อมรักษาผู้ปฏิบัติธรรม ขอให้ท่านสวดบทสวดมนต์นี้ทุกๆ เช้า เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต เพื่อความรุ่งเรื่อง มีสติและสมาธิต่อหน้าที่การงานและการใช้ชีวิต ขอให้ท่านแชร์บทสวนมนต์นี้ให้ผู้เห็นเป็นบุญกุศลยิ่งนัก

ชายหนุ่มพา “แม่ชรา” ไปโรงพยาบาล คอยป้อนข้าว เป่าให้หายร้อน เห็นแล้วน้ำตาซึม

0

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวสุดประทับใจที่มีคนแห่แชร์กันเป็นจำนวนมาก เมื่อเพจ youloveclipdung ได้ออกมาโพสต์คลิปเรื่องราวสุดประทับใจของหนุ่มชาวจีนรายหนึ่งที่ พาแม่ไปโรงพยาบาล แต่นั่นเป็นแค่ส่วนหนึ่งเพราะสิ่งที่ทำให้คนทั้งโรงพยาบาลประทับใจคือหนุ่มรายนี้ป้อนข้าวให้แม่ อย่างทะนุถนอม พร้อมเป่าให้ หายร้อน หวังให้ผู้เป็นแม่นั้นทานได้สะดวก

จากคลิปจะเห็นได้ว่า หนุ่มจีนรายนี้ได้พาคุณแม่ของเขาไปโรงพยาบาลเพื่อพบคุณหมอ แต่สิ่งที่น่าประทับใจมากกว่านั้นคือ หนุ่มจีนรายนี้ดูแลทะนุถนอมคุณแม่ของเขาเป็นอย่างดี ทั้งคอยป้อนข้าวให้ เป่าให้หายร้อนเพื่อให้คุณแม่ทานง่าย เป็นการตอบแทบพระคุณบุพการีอย่างสุดซึ้งจริงๆ เรียกได้ว่ายากมากที่จะเห็นคนสมัยนี้ทำอะไรแบบนี้ ขอชื่นชมในความกตัญญูรู้คุณของหนุ่มจีนคนนี้จริงๆ

ทั้งนี้ หลังจากคลิปนี้ถูกโพสต์ออกไปได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กหลายท่านเข้ามาแสดงความคิดเห็นต่อการกระทำของหนุ่มรายนี้ว่ามีความกตัญญูต่อ ผู้เป็นแม่อย่างมากเนื่องจากในยุคสมัยนี้นั้นจะหายลูกที่ดูแลผู้เป็น พ่อ เป็นแม่ ได้อย่างไม่อายใคร เมื่อทำออกที่สาธารณะนั้นยากมาก หนุ่มรายนี้จึงได้รับเสียปรบมือไปเต็มๆกับคลิปสุดประทับใจ

ขอบคุณข้อมูล : เพจ youloveclipdung

ถ้าอยากใช้ชีวิตอย่างมีความสุข “จงมองสิ่งที่มี มากกว่ามองสิ่งที่ขาด”

0

“จงมองสิ่งที่มี มากกว่ามองสิ่งที่ขาด” ข้อคิดที่จะช่วยให้เรามีความสุขในการใช้ชีวิตมากขึ้น
หวาง เหม่ยเหลียน เป็นโรคสมองพิการแต่กำเนิดนอกจากมีปัญหาในการเคลื่อนไหวแล้ว เธอยังพูดไม่ได้ แต่เธอก็ไม่ย่อท้อ พากเพียรมุ่งมั่นจนเรียนจบปริญญาเอกสาขาศิลปศาสตร์ จาก UCLA มหาวิทยาลัยชื่อดังอันดับต้นๆ ของสหรัฐฯ

ที่ไต้หวันอันเป็นบ้านเกิด มีการจัดแสดงภาพเขียนของเธอบ่อยครั้ง ขณะเดียวกันเธอก็ได้รับเชิญให้ไปบรรยาย (ด้วยการเขียน) ตามสถานที่ต่างๆเป็นประจำ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนซึ่งมีภาษีดีกว่าเธอมากมาย คราวหนึ่งมีนักเรียนคนหนึ่งถามเธอหลังจากบรรยายเสร็จว่า”คุณอยู่ในสภาพนี้มาตั้งแต่เกิดคุณไม่รู้สึกน้อยใจหรือคุณมองตัวเองอย่างไร”

คำถามนี้สร้างความตกตะลึงแก่ที่ประชุม เพราะเป็นคำถามที่ตรงเกินไปและอาจกระทบจิตใจของเธอ แต่เธอกลับดูเป็นปกติ แล้วเขียนข้อความ “ฉันมองตัวเองอย่างไรหรือ” แล้วเธอก็บรรยายเป็นข้อๆว่า

1. ฉันน่ารักมาก

2. ขาฉันเรียวยาวสวยดี

3. พ่อแม่รักฉันมาก

4. พระเจ้าประทานความรักแก่ฉัน

5. ฉันวาดภาพได้ ฉันแต่งหนังสือได้

6. ฉันมีแมวที่น่ารัก

แล้วเธอก็สรุปด้วยข้อความว่า “ฉันมองแต่สิ่งที่ฉันมี ไม่มองสิ่งที่ฉันขาด” ทันทีที่เธอเขียนประโยคสุดท้ายจบผู้คนก็ปรบมือดังสนั่นทั้งห้องประชุมด้วยความประทับใจอย่างมากในตัวเธอ

คนอย่างหวาง เหม่ยเหลียน น่าจะเป็นคนอมทุกข์ เพราะสูญเสียสมรรถนะ สำคัญหลายอย่างที่มนุษย์ปุถุชนพึงมี แต่เธอไม่มัวจมจ่อมเสียใจกับสิ่งที่ขาดไป หากหันมาชื่นชมใส่ใจกับสิ่งที่เธอมีพอเปลี่ยนมุมมองเช่นนี้ เธอก็มีความสุขได้ไม่ยากใช่แต่เท่านั้น เธอยังนำสิ่งที่มีอยู่นั้นมาใช้ประโยชน์ให้เต็มที่ จนประสบความสำเร็จอย่างที่คนธรรมดาจำนวนมากมิอาจทำได้มุมมองของสาวไต้หวันผู้นี้ ไม่ต่างจากมุมมองของคนพิการหลายคนที่สามารถทำสิ่งที่ยากให้สำเร็จได้

สว่าง ทองดี นักปั่นจักรยานข้ามประเทศ เล่าว่า เขาประหลาดใจมากที่พบว่ามีคนแขนขาดหรือป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายหลายคนจากหลายชาติขี่จักรยานไปถึงเทือกเขาหิมาลัย ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากลำบากมากแม้กระทั่งสำหรับคนที่มีอวัยวะครบ 32 หลังจากสนทนากับคนเหล่านั้น

เขาได้ข้อสรุปว่า

“ผมเรียนรู้จากคนเหล่านี้ว่า หากคิดจะก้าวไปข้างหน้าแล้ว จงอย่าคิดถึงสิ่งที่เราไม่มีหรือข้อด้อยของตัวเอง แต่ให้มองว่าเรามีสิ่งใดอยู่กับตัวบ้าง การจะทำฝันให้สำเร็จได้นั้นขึ้นอยู่กับว่า เราใช้สิ่งที่เรามีอยู่ได้แค่ไหนต่างหาก”

ผู้คนเป็นอันมากท้อแท้กับชีวิต ยอมแพ้ต่ออุปสรรค เพราะมองเห็นแต่สิ่งที่ตนเองไม่มี เช่น เงินทอง พรรคพวก เส้นสาย หรือสถานภาพ แต่กลับมองข้ามสิ่งที่ตนเองมีอยู่ หรือไม่รู้จักใช้สิ่งที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์เต็มที่ หลายคนมัวแต่ก่นด่าชะตากรรมว่าทำไมฉันถึงไม่มีเหมือนคนอื่นเขา คนเหล่านี้ไม่ต่างจากนักเล่นไพ่ที่เอาแต่บ่นว่าโชคไม่ดี ที่จั่วได้ไพ่แต้มต่ำๆ แทนที่จะคิดว่า ฉันจะเล่นไพ่ในมือให้ดีที่สุดได้อย่างไร

แม้มีมากเพียงใด แต่ตราบใดที่มองเห็นแต่สิ่งที่ตนขาด ก็จะไม่มีวันพบความสุขเลย เด็กจำนวนไม่น้อยเป็นทุกข์ที่ไม่มีสมาร์ทโฟนใช้ทั้งๆ ที่มีอะไรต่ออะไรมากมายอยู่แล้ว ส่วนผู้ใหญ่ก็เป็นทุกข์ที่ไม่มีรถเบนซ์ขับหรือไม่ได้เลื่อนตำแหน่ง ทั้งๆ ที่มีชีวิตสะดวกสบาย มีการงานที่มั่นคง มีครอบครัวที่อบอุ่น ยังไม่ต้องเอ่ยถึงหญิงสาวที่มีพร้อมทุกอย่าง แต่ก็ยังทุกข์เพราะไม่มีผิวสวยงามหรือทรวดทรงที่กระชับ

หากมองเห็นแต่สิ่งที่มี ไม่มองสิ่งที่ขาดนอกจากจะไม่ทุกข์เพราะยังไม่มีนั่นนี่แล้ว เมื่อถึงคราวที่ต้องสูญเสียบางสิ่งบางอย่างไปก็ไม่ทุกข์ง่ายๆ เพราะดีใจที่ยังมีสิ่งต่างๆ อีกมากมายหลายคนสูญเสียทรัพย์สมบัติมากมายจากอุทกภัยครั้งใหญ่เมื่อปี 2554 แต่เมื่อสำรวจรอบตัวก็พบว่า ยังมีข้าวของมากมายที่หลงเหลืออยู่ ที่สำคัญก็คือ ลูกและคนรักยังอยู่กันพร้อมหน้า จึงคลายทุกข์ไม่จมอยู่กับความอาลัย พร้อมมองไปข้างหน้าและก้าวเดินต่อไป

โสภณ ฉิมจินดา เป็นคนมีน้ำใจชอบช่วยเหลือเด็กชนบทในถิ่นทุรกันดาร คราวหนึ่งชวนนักศึกษาไปช่วยกันบำเพ็ญประโยชน์ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในแม่ฮ่องสอน ขากลับรถพลัดตกจากเขา ชั่วขณะนั้นเขาภาวนาขอให้นักศึกษาทุกคนปลอดภัย ปรากฏว่าทุกคนไม่ได้รับอันตราย ยกเว้นเขาซึ่งหลังได้รับความกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงจนพิการครึ่งตัว หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้นมีหลายคนพูดกับเขาว่า “นี่ขนาดไปทำบุญยังเกิดอุบัติเหตุ” ราวกับจะตัดพ้อว่า ทำดีแล้วทำไมไม่ได้ดี แต่เขาเองกลับไม่รู้สึกเป็นทุกข์เลย เขามองว่า “เพราะเราไปทำบุญ เราถึงเหลือตั้งเท่านี้”

แทนที่จะเสียใจเพราะพิการไปครึ่งตัวเขากลับมองว่า ตนเองโชคดีที่ร่างกายครึ่งหนึ่งยังเป็นปกติ ไม่ว่าจะสูญเสียกี่มากน้อย ประสบการณ์ของบุคคลเหล่านี้ย้ำเตือนเราว่า”พึงมองสิ่งที่มี อย่ามองสิ่งที่ขาด” แล้วเราจะมีพลังในการดำเนินชีวิตอย่างผาสุก

อย่ามัวแต่ช่วยคนอื่น จนตัวเองต้องมานั่งกลุ้มใจ และลำบากซะเอง!

0

มีคำที่เขาบอกกันเอาไว้ว่าอย่าเพิ่งช่วนเหลือคนอื่น หากคนที่บ้านยังไม่สุขสบาย เชื่อว่าหลายๆคนก็ยังเคยได้ยินกันมาบ้าง วันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องของการช่วยกัน “บางคนนี่ก็ช่วยซะทุกอย่างทุกเรื่อง คนเข้าหามากมาย เพื่อมาขอความช่วยเหลือ ก็ช่วยซะทุกอย่าง จนบางครั้ง ตัวเองต้องมาลำบากซะเอง” แบบนี้ไม่ถูกต้อง ลองมาดูจากบทความต่อไปนี้

มุมร้ายๆ ของการเป็น “คนใจดี” มากจนเกินไป

1. ตกที่นั่งลำบาก
เพราะความใจดีของเธอ ทำให้ไม่ว่าใครก็เข้ามารุมล้อม ขอความช่วยเหลือจากเธอ
ซึ่งเธอเองก็ยื่นมือเข้าช่วยเหลือตลอด จนบางทีก็ลืมไปว่าการมอบความช่วยเหลือ
อาจย้อนกลับมาทำร้ายตัวเองและคนใกล้ชิดได้ทุกขณะ
ทุกคนอาจจะต้องเข้าไปตกที่นั่งลำบากเหมือนกันกับเธอ ไม่มีทางหนีพ้นด้วย

2. ต้องเหนื่อยกับปัญหาที่ไม่ใช่ของตัวเอง
ในบางครั้ง ความใจดีก็ทำให้เธอต้องคอยมาเหนื่อยกับปัญหาที่ไม่ใช่ของตัวเอง
ไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย เผลอๆก็ไม่รู้เรื่องด้วยซ้ำ มันไม่ใช่แค่เหนื่อยกายนะ
แต่มันทำให้เธอเหนื่อยใจด้วย เพราะต้องมานั่งคิดหัวระเบิด
ลงมือกันจ้าละหวั่น ทั้งที่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับตัวเองเลยแท้ๆ

3. กลัวคนอื่นไม่พอใจ
ความใจดีของเธอ จะส่งผลต่อเธอในอนาคต
เพราะเธอช่วยเหลือคนอื่นจนติดเป็นนิสัยไปแล้ว
กลายเป็นว่าถ้าวันไหนไม่ช่วย หรือช่วยไม่ดีพอ
ก็จะทำให้รู้สึกเหมือนคนอื่นต้องมองเธอไม่ดีแบบนั้นแบบนี้
ซึ่งมันเป็นความคิดที่แย่อะ เหนื่อยกับปัญหาของใครไม่รู้
ยังต้องมาเหนื่อยกับการหวาดระแวง กลัวความรู้สึกคนอื่นเสียหาย ไม่ได้ดูตัวเองเลย

4. เก็บการกระทำคนอื่นมาคิด
เมื่อเธอใจดี เธอก็จะกลายเป็นคนแคร์คนอื่นมากกว่าตัวเองไปไม่รู้ตัว
ทีนี้ไม่ว่าคนอื่นจะพูดอะไร คิดอะไร ทำอะไร เธอก็มักจะเก็บเอามาคิด มาใส่ใจตลอดเวลา
ซึ่งแก้ไม่ได้นะข้อนี้ มันเป็นเหมือนสัญชาตญาณแห่งความใจดีของเธอไปแล้วนั่นแหละ

5. กลืนไม่เข้าคายไม่ออก
หลายครั้งหลายครา ความใจดีของเธอก็ทำให้เธออึดอัด น้ำท่วมปาก
กลืนไม่เข้าคายไม่ออกเพราะไม่สามารถบอกปัด หรือปฏิเสธใครได้เลย
อารมณ์นี้คือตัวเธอไม่ได้เกิดมาเพื่อตัวเองแล้วนะ
เหมือนเธอเกิดมาเพื่อเป็นของคนอื่นไปแล้วงั้นแหละ

6. ห่วงคนอื่น ลืมตัวเอง
บุคคลประเภทนี้จะเป็นคนใจดีที่พ่วงความสงสารมาด้วย
เพราะเป็นพวกอดทนเห็นคนอื่นลำบากไม่ได้เลย ทนไม่ได้
ยังไม่ทันเข้ามาขอความช่วยเหลือใดๆ เธอก็วิ่งพุ่งเข้าไปหา
พร้อมให้ความช่วยเหลือด้วยตัวเองตลอด นี่ไม่ใช่เรื่องดีนะ
แต่มันเป็นเรื่องที่อาจส่งผลให้เธอลืมตัวเอง ลืมครอบครัว ลืมคนใกล้ชิดไปเลยก็ได้

7. ใจร้ายเพราะปฏิเสธ
ตราบใดที่เราไม่ปฏิเสธใคร เราก็จะเป็นคนใจดี แต่เมื่อไหร่เผลอปฏิเสธไปครั้งนึงนะ
ภาพลักษณ์ความใจดีที่เธอสั่งสมมามันจะหายไปเลยภายใน 10 วินาที
นี่ขนาดเธอไม่ได้ตั้งใจจะปฏิเสธนะเนี่ย
มีเหตุผลมากพอที่จะปฏิเสธยังโดนมองไม่ดีเลยให้ตายเถอะ

8. หมดประโยชน์ก็หมดความรู้สึก
มีคนอยู่เยอะมากที่เข้ามาในชีวิตเรา วนเวียนในชีวิตเราเพราะต้องการผลประโยชน์จากเรา
คนแบบนี้เมื่อได้ประโยชน์จากเธอแล้ว เขาก็จะสะบัดก้น
หายเข้ากลีบเมฆไปโดยไม่มีแม้แต่คำลาอะไรทั้งนั้น
แล้วจะโผล่มาอีกก็ตอนที่มีปัญหา หรือต้องการอะไรจากเธอเหมือนเดิมนั่นแหละ

เมื่อเราถึงตาจน บุญของพ่อแม่ สามารถช่วยเราได้

0

เป็นอีกหนึ่งบทความดีๆ อยากให้ลูกๆทุกคนได้อ่านกัน

ยามชีวิตถึงตาจน บุญของพ่อแม่ พลิกชีวิตเราได้
ทุกครั้งที่ชีวิตพบอุปสรรค ทุกครั้งที่เจอแต่ปัญหามืดแปดด้าน
อย่าทำร้ายตัวเองซ้ำ ด้วยการทำสิ่งไม่ดีเพิ่ม

หรือคิดว่าขอแค่แก้ปัญหา ให้ผ่าน
แต่ไปสร้างความทุกข์แก่ผู้อื่น จากที่มืดก็จะยิ่งมืดไปอีก
มาลองตั้งสติ ตั้งสัจจะให้แน่วแน่

นับต่อจากนี้ขอลดละสิ่งไม่ดีทั้งหลาย ทั้งปวง
จะสร้างบุญไม่ว่าจะน้อยใหญ่ เพียงใด
ทำจิตให้ผ่องใสมากที่สุด เท่าที่มากได้

ตั้งจิตน้อมลงระลึก ถึงความรัก
ความเมตตาที่ยิ่งใหญ่ ของพ่อแม่
สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
ที่อำนวยพรได้จริง ที่ไม่ต้องไปวิ่งหาที่ไหน

ทั้งที่ท่านยังอยู่ เป็นพระพรหม เป็นเทวดาที่มี ลมหายใจ
หรือแม้ท่านจากไปแล้ว เป็นเทวดาประจำตัวที่คอยดูแล
ช่วยเหลือเรา และเราเป็นผู้เกิดมาหลายภพชาติ
ย่อมมีพ่อแม่ในทุกภพทุกชาติที่เกิด

ในทุกสถานะ ทุกวรรณะแน่นอน มากมายมหาศาล
คนที่มีลูก รักลูกมากแค่ไหน ให้ทุกอย่างได้เพื่อลูก
พ่อแม่เราก็รักเรามาก ให้ทุกอย่างได้เช่นกัน

ลองตั้งจิตดีๆ ขอเมตตาขอบุญบารมี
พ่อแม่ในทุกภพชาติ บุญที่เราเคยทำมาในทุกภพทุกชาติ
ในชาติปัจจุบัน ที่เรานึกได้รวมเป็นมหาบุญกุศล
ขออำนาจแห่งบุญพาเราให้พบทางออก

พาเราให้มีปัญญา พาเราให้ออกมาจากความมืด
พาเราให้พ้นจากอุปสรรคกรรมทั้งปวง

สำหรับคนในชาตินี้ พบความทุกข์กาย ทุกข์ใจ
เพราะพ่อแม่เป็นฝ่ายดี ขอให้ลองให้อภัย ถอยออกจากความไม่ชอบใจ

ถอยออกจากความขุ่นใจ ถอยออกจากวงเวียน ให้อโหสิต่อกัน
ก็เป็นบุญใหญ่มากแล้วในชาตินี้ บุญใหญ่แห่งการให้อภัยทานนี้
และพาเราให้พ้น จากอุปสรรคกรรมทั้งปวงได้เช่นกัน