เมื่อผิดศีลข้อ 3 ผิดลูก ผิดภรรยาคนอื่น ทุกคนเจอกรรม 10 อย่าง

0
63

การสร้างกรรมนั้น ไม่ว่าเราจะสร้างให้กับตัวเองหรือผู้อื่น แน่นอนอยู่แล้วว่าหากเราสร้างกรรมร้าย เราก็จะได้สิ่งไม่ดีเป็นการตอบแทน หากเราอยากเจอแต่เรื่องที่ดี เราก็ควรจะสร้างแต่กรรมดีๆ ทำไว้เยอะๆ จงจำไว้

ศีลข้อ 3 นั้นก็คือ กาเมสุมิจฉาจาร หมายถึง การได้คิดล่วงเกินผู้อื่น การได้กระทำล่วงเกินผู้อื่น จะตัดสินใจได้ว่ามีการทำผิดในข้อนี้โดยมีองค์ประกอบในการตัดสินนั่นก็คือ กระทำความผิด โดยตั้งใจก็ดี ไม่ได้ตั้งใจก็ดี ทำให้คนอื่นเดือดร้อน ทำให้คนที่อยู่รอบข้างผิดหวังในการกระทำเกี่ยวกับการประพฤติผิด

โดยท่าน ว.วชิรเมธี ได้กล่าวไว้ว่า ส่วนใหญ่นั้นการกระทำความผิดในข้อนี้ คนส่วนมากจะนึกถึงการประพฤติผิดในกามหรือการทำผิดในเรื่องของการล่วงประเวณี อันเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม ซึ่งบัณฑิตทั้งหลายเขาเพิ่งติเตียนการกระทำของลูกของภรรยาเขา

ซึ่งความประพฤติที่สังคมทั่วไปไม่ยอมรับ จึงทำให้ต้องมีการปรับพฤติในที่ปิดบังและซ่อนเร้น การทำอกุศลในเช่นนี้นั้น ผลที่จะได้รับนั่นก็คือการปวัตติการ ในภายหลังไม่นานจากที่ตัวคุณกำลังทำอยู่ก็คือ

1. มีผู้เกลียดชังมาก
เพราะว่าในการกระทำผิดลูกผิดภรรยาเขา ย่อมส่งผลให้เกิดการสร้างความโกรธแค้นขุ่นใจ กับบุคคลที่เกี่ยวข้องและบุคคลที่เสียหาย ผลที่ได้รับหรือกรรมที่ได้รับตามมานั่นก็คือ มีศัตรูและคนที่เกลียดชังมาก ซึ่งในข้อนี้ทุกคนต้องเคยประสบมาก่อนอย่างแน่นอน

แต่อาจจะเป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวของกรรม เช่น เวลาที่มีเรื่องขัดสนขัดใจกับใคร หรือมีการโต้เถียงกับใคร ทำให้มองหน้ากันไม่ติด หรือบางคนอาจจะมีตำแหน่งการงานที่สูง มีเงินมากมาย มียศฐาบรรดาศักดิ์ แต่ก็ไม่ได้เป็นที่สบอารมณ์ของคนที่เป็นลูกน้อง หรือเรียกได้ว่า เป็นคนที่ไม่น่านับถือนั่นเอง

2. มีผู้คิดปองร้าย

เพราะได้เคยสร้างศัตรูสร้างความเจ็บช้ำน้ำใจให้กับผู้อื่น ตัวอย่าง เช่น นักเรียนบางคนเรียบร้อย ไม่เคยมีเรื่องราวอะไรกับใคร แต่ถูกนักเรียนโรงเรียนอื่นรุมทำร้ายจนบาดเจ็บ อันนี้ผลที่เขาถูกทำร้าย ก็เพราะอดีตชาติเคยทำปาบข้อกาเมสุมิจฉาจาร และที่ต้องบาดเจ็บก็เพราะได้เคยทำปาณาติบาตมานั่นเอง แม้กระทั้งสามีภรรยามีเรื่องระหองแหง การใช้สายตาและคำพูดทำร้ายจิตใจกันก็ถือว่าเป็นผลของการกระทำอกุศลในข้อนี้ เช่นเดียวกัน

3. ขัดสนทรัพย์
ไม่ว่าจะทำอะไรก็มีแต่ความฝืดเคือง เงินเดือนชักหน้าไม่ถึงหลัง ดังที่เราได้เห็นบางคนต้องเข้าโรงรับจำนำประจำ เพราะอดีตได้สร้างความ ไม่รู้จักพอ นั่นเอง

4. อดอยาก ยากจน
เพราะการประพฤติผิดในกามหรือการล่วงประเวณีนั้น เป็นการกระทำที่ตนเองเป็นผู้ไม่รู้จักพอ ไม่พอใจในสิ่งที่ตนเองมีอยู่ (สามี ภรรยา ของตนเอง) แล้วยังไปเบียดเบียนผู้อื่น จึงเป็นการสร้างทางให้ตนเองต้องอดอยาก ยากจน

5. เกิดเป็นหญิง
เพราะการกระทำอกุศลกรรมบถในข้อนี้จะเป็นไปแบบปิดบังซ่อนเร้น ไม่กล้าเปิดเผย การกระทำที่ต้องหลบเลี่ยงเช่นนี้ จัดเป็นอำนาจอ่อนแบบที่เรียกว่าสสังขาริก อันจะนำไปเกิดเป็นผู้หญิง ซึ่งเป็นเพศที่มีความลำบากมากว่าผู้ชาย มีความอับอายในบางสิ่งบางอย่างมากกว่า มีเรื่องที่ต้องปกปิดมากกว่านั่นเอง

6. ถ้าเกิดเป็นชายก็จะเกิดในตระกูลต่ำ
เพราะในขณะที่จากไปจากโลก จิตจับอารมณ์ที่ดีและเป็นอำนาจของ อสังขาริก คืออำนาจที่เด็ดเดี่ยว ทำให้เกิดเป็นผู้ชาย แต่เหตุที่เคยประพฤติผิดในกามที่ยังให้ผลอยู่จึงต้องเกิดในตระกูลต่ำและมีผล ทำให้ขัดสนทรัพย์ และความอดอยากยากจนก็ตามมา

7. ได้รับความอับอายอยู่เสมอ
คือเป็นคนเปิ่น ไม่ว่าจะทำอะไรก็จะเป็นที่ขบขันของคนอื่น พฤติกรรมที่แสดงออกไปจึงทำให้ตนเองต้องอับอาย เพราะเหตุที่เคยสร้างความอับอายไว้ให้ผู้อื่นนั่นเอง

8. ร่างกายไม่สมประกอบ
คือ ร่างกายพิการ หรือเป็นผู้มีส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายผิดแผกแตกต่างไปจากคนอื่น เช่น มีความผิดปกติของอวัยวะบางส่วน อาจโตหรือเล็กผิดไปจากธรรมดาเคยมีข่าวว่าหญิงคนหนึ่งมีอวัยวะเพศใหญ่โตผิด ปกติ มีคนแห่กันไปดูมากมายเพราะมีร่างกายไม่สมประกอบ ซึ่งอาจทำให้ต้องได้รับความอับอายตามมา ทั้งนี้เพราะอดีตชาติได้เคยล่วงเกินร่างกายของผู้อื่นนั่นเอง

9. มากด้วยความวิตกกังวล
เพราะเหตุที่ได้เคยกระทำกรรมที่ต้องปกปิด กลัวว่าใครจะรู้เรื่องราวที่ตนเองกระทำมา จึงทำให้เกิดมาต้องเป็นคนที่มีแต่ความวิตกกังวล บางคนเมื่อมีหน้าที่ที่จะต้องรับผิดชอบงานชิ้นหนึ่ง ก็มีแต่ความวิตกอยู่ตลอดเวลาจนงานนั้นสำเร็จ นักเรียนบางคน พอใกล้สอบก็เกิดอาการท้องเสียบ้าง ปวดท้องบ้าง แต่เมื่อสอบเสร็จอาการปวดท้องนั้นก็หายไป สิ่งเหล่านี้ก็เป็นผลของความเครียด หรือความวิตกกังวลนั่นเอง

10. พลัดพรากจากผู้ที่ตนรัก
เพราะได้เคยทำพฤติกรรมที่เหมือนกับการไปพรากผู้เป็นที่รักของบุคคลอื่น หรือผู้ที่มีเจ้าของ จึงทำให้ได้รับผลต้องสูญเสียหรือพลัดพรากจากผู้ที่ตนรัก เช่น สามีภรรยาที่เคยรักกัน แต่ต้องมีเรื่องไม่เข้าใจกัน จนต้องเลิกร้างไปในที่สุดหรือหนุ่มสาวที่ต้องอกหัก และแม้กระทั้งเด็กที่ต้องกำพร้า ขาดพ่อ ขาดแม่ ล้วนเป็นผลจากการทำผิด กาเมสุมิฉาจาร ทั้งสิ้น

แหล่งที่มา: พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี, postsara

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here